Fish Oil น้ำมันปลาทางเลือกสำหรับผู้รักสุขภาพ

Nutrimaster Fish Oil 30 Capsules

น้ำมันปลา (Fish Oil)

ถ้าคุณมีปัญหาเหล่านี้

  • ปวดศีรษะ เครียด ทำงานหนัก ใช้สายตามาก
  • ไขมันไตรกลีเซอไรด์ และโคเลสเตอรอลในเลือดสูง
  • ความดันโลหิตสูง
  • ปวดตามข้อ หรือเป็นโรคข้ออักเสบ

คุณค่าเพื่อสุขภาพจากปลาทะเลน้ำลึก

น้ำมันปลา (Fish Oil)  สกัดได้จากปลาทะเลลึก ที่มีกรดไขมันจำเป็นไม่อิ่มตัวกลุ่มโอเมก้า 3 (Omega 3) ในปริมาณสูง ประกอบด้วย กรดไอโคซาเพนทาอิโนอิก ( EPA ) และกรดโดโคซาเฮกซาอิโนอิก ( DHA ) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับโดยการรับประทานเท่านั้น

EPA มีคุณสมบัติในการช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ลดการอุดตันของหลอดเลือด นอกจากนี้ EPA ยังมีผลลดการอักเสบ อาการปวดบวมของโรคข้ออักเสบ

DHA เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อสมอง และบำรุงจอประสาทตา ( Retina ) ซึ่งจะช่วยในเรื่องความจำ และการมองเห็น จึงมีประโยชน์อย่างมากในเด็ก และวัยรุ่นที่ต้องมีพัฒนาการด้านสมองหรือในคนที่เครียดกับการทำงาน ใช้สายตาอย่างหนักเป็นประจำและในผู้สูงอายุที่เริ่มมีความเสื่อมของเซลล์สมอง

น้ำมันปลา (Fish Oil)

น้ำมันปลาเพื่อสุขภาพ กับคุณประโยชน์ ที่คุณควรรู้

เมื่อกล่าวถึงคำว่าน้ำมัน คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าไขมันในน้ำมันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ หรือแม้แต่โรคร้ายอย่างมะเร็ง แต่คุณทราบหรือไม่ว่าไขมันบางชนิดเป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) ที่พบได้มากใน น้ำมันปลา (Fish Oil) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย เราลองมาดู คุณประโยชน์ของ น้ำมันปลา (Fish Oil) ว่าสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพคุณได้อย่างไร

 1. บรรเทาอาการโรคข้อกระดูกอักเสบ

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยบริสตอลพบว่า ไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) ใน น้ำมันปลา (Fish Oil) สามารถบรรเทาอาการของโรคข้อกระดูกอักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อทำการทดลองให้อาหารที่มีโอเมก้า3 (Omega 3) สูงแก่หนูตะเภาที่เป็นโรคข้อกระดูกอักเสบ พบว่าสามารถช่วยรักษาโรคได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับหนูที่กินอาหารแบบปกติ

2. ชะลอความชรา

การที่เทโลเมียร์ (Telomere) ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่อยู่ส่วนปลายสุดของโครโมโซมสั้นลง สามารถเป็นสัญญาณเตือนได้ว่าร่างกายกำลังแก่ชรา เนื่องจากเมื่อเทโลเมียร์สั้นลง ระบบการทำงานในร่างกายจะเสื่อมถอยลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีเทโลเมียร์มีความสัมพันธ์กับไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) เนื่องจากมีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า เมื่อลองสังเกตคนไข้ 600 คนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ พบว่ายิ่งคนไข้มีไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) ในเลือดสูงมากเท่าไร เทโลเมียร์ก็จะมีความยาวมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหากคุณอยากดูเด็กกว่าวัย ก็ควรบริโภคอาหารจำพวกปลาอย่างแซลมอนซึ่งนับว่าเป็นแหล่งของโอเมก้า 3 (Omega 3) ชั้นยอด

3. ช่วยให้ผลลัพธ์ของการออกกำลังกายดีขึ้น

มีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า การบริโภค น้ำมันปลา (Fish Oil) ควบคู่กับการออกกำลังกายสามารถช่วยให้ไขมันในร่างกายลดลง โดยให้ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานที่เป็นโรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) และมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหัวใจ ทำการบริโภค น้ำมันปลา (Fish Oil) ชนิดโอเมก้า 3 (Omega 3) ควบคู่กับการเต้นแอโรบิคอาทิตย์ละสามวันเป็นระยะเวลา 12 อาทิตย์ ผลปรากฏว่าไขมันบริเวณท้องลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ผลกับผู้ที่บริโภค น้ำมันปลา (Fish Oil) หรือออกกำลังกายแบบแยกต่างหาก

 4. เสริมสร้างพลังให้สมองและความจำ

มีนักวิจัยพบว่า อาหารเสริมประเภทน้ำมันปลา (Fish Oil) ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้โครงสร้างสมองของผู้ที่บริโภคกับไม่บริโภคแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีอีกผลการศึกษาหนึ่งที่ทดลองกับหนู ก็ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างน้ำมันปลา (Fish Oil) กับสมองเช่นกันโดยมีผลต่อการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวกับความจำและความคิด

 5. รักษากล้ามเนื้อที่ไร้ไขมัน (Lean muscle) ในผู้ป่วยมะเร็ง

การบริโภคน้ำมันปลา (Fish Oil) เป็นอาหารเสริมอาจสามารถช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อของผู้ป่วยมะเร็งที่ผ่านการทำเคมีบำบัดได้ ซึ่งมีการทดสอบหนึ่งได้ทำการแบ่งผู้ป่วยออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่บริโภคน้ำมันปลา (Fish Oil) จำนวน 16 คน และไม่บริโภคน้ำมันปลา (Fish Oil)  24 คน ผลปรากฏว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่สองน้ำหนักลดลงโดยเฉลี่ย 2.3 กิโลกรัม ในขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มแรกยังคงมีน้ำหนักเท่าเดิม แต่สิ่งที่น่าสนใจในการทดลองนี้ คือ ผู้ป่วยกว่า 69 เปอร์เซ็นต์ มีมวลของกล้ามเนื้อเท่าเดิมหรือมากขึ้นอีกด้วย

 6. ช่วยให้สุขภาพกระดูกดีขึ้น

ไม่เพียงแต่แคลเซียม วิตามินดี และแมกนีเซียมจะเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูกเท่านั้น แต่ยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) ชนิด DHA ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า หนูทดลองที่ได้กินอาหารที่มีโอเมก้า-6 จะมีความหนาแน่นของกระดูกต่ำกว่าหนูที่กินอาหารที่มีโอเมก้า 3(Omega 3) อีกด้วย

 7. ปกป้องร่างกายจากมลภาวะทางอากาศ

น้ำมันปลา (Fish Oil) สามารถช่วยปกป้องอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจจากมลภาวะทางอากาศได้ โดยมีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า เมื่อลองให้ผู้ใหญ่วัยกลางคน จำนวน 29 คน บริโภคน้ำมันปลา (Fish Oil) เป็นอาหารเสริมด้วยปริมาณ 3 กรัมต่อวัน เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 4 สัปดาห์ และให้ทุกคนไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลภาวะเป็นเวลา 2 ชั่วโมง โดยในกลุ่มคนดังกล่าวจะมีผู้ที่ได้รับยาหลอกด้วย (Placebo) หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาแห่งการทดลอง นักวิจัยพบว่าในกลุ่มคนที่บริโภคน้ำมันปลา (Fish Oil) นั้นไม่ปรากฏอาการด้านลบต่อมลพิษเท่ากับกลุ่มที่บริโภคยาหลอก

 จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าน้ำมันปลามอบประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ ดังนั้นการบริโภคน้ำมันปลา (Fish Oil) เป็นอาหารเสริมเป็นประจำ จะทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นได้แน่นอน

สอบถามเพิ่มเติม

line : @nutriliving

☎️ : 02-727-9990

facebook chat : แชทผ่าน Inbox