ช้อปครบ 299.- จัดส่งฟรี
Language
ตะกร้า

Nutrimaster เซ็ตเพื่อผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก

มีสินค้า
SKU
PRO1909004
Views: 139
Special Price 899฿ Regular Price 2,100฿

ในเซ็ตประกอบไปด้วยสินค้าดังนี้

1.Nutrimaster Astaxanthin Plus จำนวน 1 กล่อง

2.Nutrimaster Acerola Vit C จำนวน 1 กล่อง

รวมสินค้าในเซ็ต จำนวน 2 ชิ้น

Line
Earn 17 P for purchasing this product.

สรรพคุณสินค้า 

Astaxanthin สุดยอดแห่งสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ผสานพลังกันกับโคเอนไซม์ คิวเท็น และ กรดอัลฟา ไลโปอิก ที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการหลักของความเสื่อมในร่างกาย ช่วยดูแลสุขภาพร่างกาย ดูแลหัวใจ ดูแลเซลล์ต่างๆ รวมทั้งระบบภูมิคุ้มกัน

Astaxanthin (แอสต้าแซนธีน) ราชินีแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ไม่ได้มีดีแค่ผิวพรรณ Astaxanthin (แอสต้าแซนธีน) ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยดูแลสุขภาพผิวพรรณ และ นอกเหนือจากเรื่องผิวพรรณแล้ว ทาง 108 Health ยังอยากให้ทุกท่านแล้วทราบถึงประโยชน์ในด้านอื่นๆ ของแอสตาแซนธีน (Astaxanthin) กันบ้างนะคะ เชื่อได้เลยค่ะว่า มีประโยชน์อัดแน่นจนถึงบรรทัดสุดท้ายเลยทีเดียว แอสตาแซนธีน (Astaxanthin) และประโยชน์ในด้านอื่นๆ

1.ด้านสายตา

มีการศึกษาอย่างมากมาย พบว่า การรับประทานแอสตาแซนธีน (Astaxanthin) เป็นระยะเวลานาน 4 สัปดาห์ ช่วยป้องกันตาแห้ง ตาอ่อนล้า ลดอาการเจ็บตา ช่วยปัญหาด้านการมองเห็น เช่น อาการมองไม่ชัด นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังดวงตาอีกด้วย ทำให้ดวงตามีสุขภาพที่ดี เรียกได้ว่าประโยชน์ของการรับประทานแอสตาแซนธีน (Astaxanthin) เพื่อช่วยทางด้านสายตานั้น ไม่เป็นสองรองใครแน่นอนค่ะ

2. ด้านความจำ

เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นมีความสัมพันธ์กับการเกิดปัญหาด้านความจำ เกิดอาการหลงลืมได้ ดังนั้นในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก ได้มีการศึกษาประโยชน์ในด้านความจำ หลังจากการรับประทานแอสตาแซนธีน (Astaxanthin) โดยผลการศึกษาพบว่า การรับประทานแอสตาแซนธีน (Astaxanthin) ขนาด 6 – 12 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลานาน 3 เดือน ช่วยเพิ่มการจดจำ และอาการหลงลืมของผู้ป่วยได้ด้วยนะคะ

3.ด้านความเจ็บปวด

บริเวณข้อและกล้ามเนื้อ มีการศึกษาพบว่าหลังการประทานแอสตาแซนธีน (Astaxanthin) ขนาด 4 – 12 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลานาน 2 – 3 สัปดาห์ สามารถลดความเจ็บปวดบริเวณข้อเข่าและกล้ามเนื้อได้ นอกจากนี้มีการใช้แอสตาแซนธีน (Astaxanthin) ขนาด 12 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าสามารถช่วยให้ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์มีอาการที่ดีขึ้น ลดอาการปวดต่างๆ ได้ รวมทั้งไม่เกิดผลข้างเคียงต่างๆ เมื่อต้องรับประทานร่วมกับยาแก้ปวดที่ผู้ป่วยรับประทานเป็นประจำเลยค่ะ

4.ด้านหัวใจ

มีการศึกษาพบว่า แอสตาแซนธีน (Astaxanthin) ช่วยลดระดับไขมันเลว (LDL) ไตรกลีเซอไรด์และคลอเรสเตอรอล ซึ่งเป็นไขมันที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจตามมาในกรณีที่มีปริมาณสูง และนอกจากนี้ยังพบว่าการรับประทานแอสตาแซนธีน (Astaxanthin) ขนาด 6 – 18 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลานาน 12 สัปดาห์ ยังสามารถช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไขมันได้อีกด้วย โบกมือลาไขมันร้ายๆ กันได้เลยนะคะทีนี้ 

วิธีรับประทาน

รับประทานวันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร

ส่วนประกอบสำคัญ

แอสตาแซนธิน 10% 60.00 มก. ดี-แอลฟา โทโคเฟอริล แอซีเทต 13.64 มก. โคเอนไซม์ คิวเท็น 10.00 มก. กรดอัลฟา ไลโปอิก 10.00 มก.

ขนาดที่จำหน่าย บรรจุ 30 แคปซูล

เลขที่ อย. 24-1-08040-1-0338


สรรพคุณสินค้า 

อะเซโรล่า วิตซี  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีวิตามินซีและแร่ธาตุวิตามินที่เข้มข้น มีสารสกัดจากจากธรรมชาติที่สกัดจาก Acerola Cherry อีกทั้งยังเสริมสารสกัดจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จำนวน 6 ชนิด ที่เข้มข้นถึง 50 มก. ทำให้ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยดูแลผิวพรรณให้เปล่งประกาย และที่สำคัญยังช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพของดวงตาให้สดใสอยู่เสมอ

* บรรจุในรูปแบบแคปซูลสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของสารสกัดจาก Acerola Cherry


1. เร่งสร้างเสริมคอลลาเจน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจน

เนื่องจากอะเซโรลาเชอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง จึงช่วยเร่งการสร้างเสริมสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวเต่งตึง จึงทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยและทำให้ผิวยังคงกระชับและยืดหยุ่นอยู่เสมอ

จากงานวิจัยหนึ่งที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร American Journal of Nutrition แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่มีอายุเกิน 40 ปี และบริโภควิตามินซีปริมาณสูงในการรับประทานอาหารทุกวันจะมีโอกาสเกิดรอยเหี่ยวย่นใบหน้าได้น้อยกว่าผู้หญิงอายุเท่ากันที่บริโภควิตามินซีในปริมาณที่น้อยกว่า

นักกำหนดอาหาร โจ ทราเวอร์ (Jo Travers) กล่าวว่า วิตามินซีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการก่อตัวของคอลลาเจน หากไม่มีแล้ว . . . กรดอะมิโนจะไม่เชื่อมโยงกันจนเกิดเป็นคอลลาเจนได้

2. ทำหน้าที่เป็นตัวสมานผิว พร้อมลดเลือนริ้วรอย

ประโยชน์อีกอย่างประการหนึ่งของอะเซโรลาเชอร์รี่ต่อผิวหนังคือเป็นตัวช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ บนผิวหนัง เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง และกระทั่งช่วยในเรื่องระบบทางเดินอาหารได้ นอกจากนั้น น้ำจากเชอร์รี่ดังกล่าวสามารถใช้เป็นยาน้ำป้วนปากที่ทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลชีพได้อีกด้วย

3. ปกป้องผิว

การบริโภคอะเซโรลาเชอร์รี่เป็นประจำจะช่วยทำให้ผิวของคุณจะได้รับการปกป้องจากตัวทำให้เกิดความตึงเครียด จากสารเคมี (Chemical Stressor) อย่างควันบุหรี่ มลพิษ และสารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้

 4. เร่งการฟื้นฟูสภาพผิว

อีกทั้ง อะเซโรลาเชอร์รี่สามารถช่วยเร่งการฟื้นฟูซ่อมแซมบาดแผล แผลไฟไหม้ แผลเป็น และกระทั่งรอยแตกลายได้ด้วย

5. ต่อสู้กับการเสื่อมสภาพของผิว

ไบโอฟลาโวนอยด์เป็นส่วนสำคัญในการชะลอการเสื่อมสภาพของผิวออกไป ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ยังช่วยต่อสู้กับรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ริ้วรอยร่องตื่น รอยตีนกา รอยใต้โหนกแก้ม จุดด่างดำ รอยหมองค้ำ ฯลฯ

6. ต่อต้านอนุมูลอิสระ

วิตามินซีที่มีอยู่มากใน Acerola Cherry ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวหนังของคุณจากการถูกทำลายได้ เนื่องจากอนุมูลอิสระเหล่านี้เป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรทำให้ผิวหนังอ่อนแอลงและถูกทำลายในที่สุด อีกทั้ง อนุมูลอิสระเหล่านี้สามารถนำไปสู่การเจ็บป่วยและโรคเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้

7. ซ่อมแซมเซลล์ผิวเสีย

อะเซโรลาเชอร์รี่ยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และบี 3 ซึ่งทั้งหมดช่วยทำให้ผิวสวยงามและเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น

• วิตามินเอช่วยให้ผิวหนังสามารถต่อสู้กับรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่ทำให้เกิดผิวเสียได้

• ส่วนวิตามินบี — บี 1 บี 2 บี 3 — จะช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย

• (เพิ่มเติม) – วิตามิน บี 5 ใน อะเซโรล่าเชอร์รี่ ยังช่วยลดระดับคอสเลสเตอรอล ซึ่งในระยะยาวช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคหัวใจได้

8. ทำให้ผิวขาวขึ้น

หากคุณบริโภค อะเซโรลาเชอร์รี่ เป็นประจำ จะพบว่าผิวของคุณจะขาวขึ้น กระจ่างใสขึ้น และมีโทนสีผิวดีขึ้นโดยไม่ทำให้โทนสีผิวผิดเพี้ยนไปและเกิดรอยตำหนิขึ้นมา อีกทั้ง ผิวที่เกิดจากการสร้างเม็ดสีมากผิดปกติอย่างกระและจุดเม็ดสีที่มีสาเหตุจากวัยจะมีสีที่สว่างขึ้นตามโทนสีผิวของคุณ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ผิวพรรณของคุณมีสุขภาพดีขึ้นตามธรรมชาติ

9. ปกป้องจากรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อผิว

ประโยชน์ต่อผิวหนังอีกประการหนึ่งของอะเซโรลาเชอร์รี่ คือ สามารถปกป้องคุณจากรังสียูวีได้ โดยปริมาณวิตามินเอในอะเซโรลาเชอร์รี่จะช่วยปกป้องผิวหนังของคุณจากรังสีจากดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายได้ เพราะหากคุณสัมผัสกับรังสียูวีมากจนเกินไปจะทำให้ผิวเสีย ซึ่งในกรณีเลวร้ายที่สุดนั้นจะนำไปสู่มะเร็งผิวหนังที่ไม่มีต้องการให้เกิดขึ้นได้

10. ทำให้ผิวชุ่มชื้น

สารอาหารต่างๆ มากมายในอะเซโรลาเชอร์รี่จะช่วยทำให้ผิวหนังของคุณอิ่มน้ำและคงความชุ่มชื้นไว้ได้ ไม่ว่าผิวของคุณจะเป็นประเภทใดก็ตาม สุขภาพและสภาพของผิวหนังนั้นขึ้นกับความชุ่มชื้นเป็นหลัก หากผิวหนังไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว กระบวนการต่างๆ ทางธรรมชาติของผิวอย่างการผลัดเซลล์ผิวผิดปกติไป และอาจนำไปสู่สภาพผิวที่อักเสบได้ ผิวหนังของคนเราทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกันร่าวกายจากการติดเชื้อต่างๆ หากผิวแห้งจนเกินไปจะเกิดการแตก ทำให้แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามผิวหนังสามารถเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดการติดเชื้อได้

นอกเหนือไปจากนี้ การทำให้ผิวอิ่มน้ำอยู่เสมอครับจะเป็นประโยชน์ต่อคุณในระยะยาว โดยเมื่อคุณมีอายุมากขึ้น การเสื่อมสภาพของผิวอาจน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากคุณได้เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวไว้ในช่วงที่อายุยังน้อยนั่นเอง

11. จัดการกับสิ่วและปัญหาผิวหนังอื่นๆ

ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับผิว อย่างสิว โรคสะเก็ดเงิน และผิวหนังอักเสบนั้นมักเกิดจากผิวหนังขาดวิตามินซีทั้งสิ้น แต่ด้วยอะเซโรลาเชอร์รี่ มีวิตามินซี ตามธรรมชาติสูง การบริโภคอาหารที่มีวิตามินซีนี้ตามปกติจะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอกับปัญหาที่เกี่ยวกับผิวหนังเหล่านั้นอีกต่อไป

วิตามินซียังมีประสิทธิภาพในการกำจัดสิวและแผลเป็น เพราะมันช่วยเร่งกระบวนการสมานแผลและการลดรอยแดงของร่างกาย  และวิตามินซีนี้ยังช่วยลด Cortisol ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียด ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวอีกด้วย

วิธีรับประทาน

รับประทานวันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร

ส่วนประกอบสำคัญ

  • สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอรี่ 500 มก.
  • ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ 50 มก. 
  • เบอร์มิกซ์ 50 มก.

ขนาดที่จำหน่าย บรรจุ 30 แคปซูล/กล่อง

เลขที่ อย.  24-1-08040-1-0326

Write Your Own Review
Only registered users can write reviews. Please Sign in or create an account