ช้อปครบ 199.- จัดส่งฟรี
Language
ตะกร้า

Nutrimaster Family Set น้ำมันปลาบำรุงสมอง ลดไขมันในเลือด

มีสินค้า
SKU
PRO2101001
Views: 134
Special Price 990฿ Regular Price 2,205฿
( สำหรับสมาชิกใหม่ที่สั่งซื้อครั้งแรก เหลือ792฿)

ในเซ็ตประกอบไปด้วยสินค้าดังนี้

1.Nutrimaster Fish Oil 230 เม็ด จำนวน 1 แพ็ค

2.Nutrimaster Bain 30 เม็ด จำนวน 1 กล่อง

รวมสินค้าในเซ็ตจำนวน 2 ชิ้น

Promotion 1
*ส่วนลดจะถูกคำนวณให้เห็นในหน้าชำระเงิน
Line
Earn 19 P for purchasing this product.

สรรพคุณสินค้า 

ช่วยลดระดับไขมันในเลือด โดยเฉพาะลดไตรกลีเซอร์ไรด์, ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด โดยออกฤทธิ์ลดการเกาะตัวของเลือดทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น,ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ โรคสมองขาดเลือดและโรคความดันโลหิตสูง, เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ป้องกันความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ และช่วยบำรุงสายตา, ลดการอักเสบ ปวด บวม ในโรคปวดข้อรูมาตอยด์

Nutrimaster Fish Oil 2x100 (+30) Capsules


น้ำมันปลา (Fish Oil)

น้ำมันเพื่อสุขภาพ กับคุณประโยชน์ ที่คุณควรรู้

เมื่อกล่าวถึงคำว่าน้ำมัน คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าไขมันในน้ำมันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ หรือแม้แต่โรคร้ายอย่างมะเร็ง แต่คุณทราบหรือไม่ว่าไขมันบางชนิดเป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) ที่พบได้มากใน น้ำมันปลา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย เราลองมาดู คุณประโยชน์ของ น้ำมันปลา ว่าสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพคุณได้อย่างไร

 1. บรรเทาอาการโรคข้อกระดูกอักเสบ

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยบริสตอลพบว่า ไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) ใน น้ำมันปลา สามารถบรรเทาอาการของโรคข้อกระดูกอักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อทำการทดลองให้อาหารที่มีโอเมก้า3 (Omega 3) สูงแก่หนูตะเภาที่เป็นโรคข้อกระดูกอักเสบ พบว่าสามารถช่วยรักษาโรคได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับหนูที่กินอาหารแบบปกติ

2. ชะลอความชรา

การที่เทโลเมียร์ (Telomere) ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่อยู่ส่วนปลายสุดของโครโมโซมสั้นลง สามารถเป็นสัญญาณเตือนได้ว่าร่างกายกำลังแก่ชรา เนื่องจากเมื่อเทโลเมียร์สั้นลง ระบบการทำงานในร่างกายจะเสื่อมถอยลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีเทโลเมียร์มีความสัมพันธ์กับไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) เนื่องจากมีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า เมื่อลองสังเกตคนไข้ 600 คนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ พบว่ายิ่งคนไข้มีไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) ในเลือดสูงมากเท่าไร เทโลเมียร์ก็จะมีความยาวมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหากคุณอยากดูเด็กกว่าวัย ก็ควรบริโภคอาหารจำพวกปลาอย่างแซลมอนซึ่งนับว่าเป็นแหล่งของโอเมก้า 3 (Omega 3) ชั้นยอด

3. ช่วยให้ผลลัพธ์ของการออกกำลังกายดีขึ้น

มีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า การบริโภค น้ำมันปลา ควบคู่กับการออกกำลังกายสามารถช่วยให้ไขมันในร่างกายลดลง โดยให้ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานที่เป็นโรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) และมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหัวใจ ทำการบริโภค น้ำมันปลา ชนิดโอเมก้า 3 (Omega 3) ควบคู่กับการเต้นแอโรบิคอาทิตย์ละสามวันเป็นระยะเวลา 12 อาทิตย์ ผลปรากฏว่าไขมันบริเวณท้องลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ผลกับผู้ที่บริโภค น้ำมันปลา หรือออกกำลังกายแบบแยกต่างหาก

 4. เสริมสร้างพลังให้สมองและความจำ

มีนักวิจัยพบว่า อาหารเสริมประเภทน้ำมันปลาช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้โครงสร้างสมองของผู้ที่บริโภคกับไม่บริโภคแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีอีกผลการศึกษาหนึ่งที่ทดลองกับหนู ก็ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างน้ำมันปลากับสมองเช่นกันโดยมีผลต่อการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวกับความจำและความคิด

 5. รักษากล้ามเนื้อที่ไร้ไขมัน (Lean muscle) ในผู้ป่วยมะเร็ง

การบริโภคน้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมอาจสามารถช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อของผู้ป่วยมะเร็งที่ผ่านการทำเคมีบำบัดได้ ซึ่งมีการทดสอบหนึ่งได้ทำการแบ่งผู้ป่วยออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่บริโภคน้ำมันปลาจำนวน 16 คน และไม่บริโภคน้ำมันปลา 24 คน ผลปรากฏว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่สองน้ำหนักลดลงโดยเฉลี่ย 2.3 กิโลกรัม ในขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มแรกยังคงมีน้ำหนักเท่าเดิม แต่สิ่งที่น่าสนใจในการทดลองนี้ คือ ผู้ป่วยกว่า 69 เปอร์เซ็นต์ มีมวลของกล้ามเนื้อเท่าเดิมหรือมากขึ้นอีกด้วย

 6. ช่วยให้สุขภาพกระดูกดีขึ้น

ไม่เพียงแต่แคลเซียม วิตามินดี และแมกนีเซียมจะเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูกเท่านั้น แต่ยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) ชนิด DHA ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า หนูทดลองที่ได้กินอาหารที่มีโอเมก้า-6 จะมีความหนาแน่นของกระดูกต่ำกว่าหนูที่กินอาหารที่มีโอเมก้า 3(Omega 3) อีกด้วย

 7. ปกป้องร่างกายจากมลภาวะทางอากาศ

น้ำมันปลาสามารถช่วยปกป้องอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจจากมลภาวะทางอากาศได้ โดยมีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า เมื่อลองให้ผู้ใหญ่วัยกลางคน จำนวน 29 คน บริโภคน้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมด้วยปริมาณ 3 กรัมต่อวัน เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 4 สัปดาห์ และให้ทุกคนไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลภาวะเป็นเวลา 2 ชั่วโมง โดยในกลุ่มคนดังกล่าวจะมีผู้ที่ได้รับยาหลอกด้วย (Placebo) หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาแห่งการทดลอง นักวิจัยพบว่าในกลุ่มคนที่บริโภคน้ำมันปลานั้นไม่ปรากฏอาการด้านลบต่อมลพิษเท่ากับกลุ่มที่บริโภคยาหลอก

 จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าน้ำมันปลามอบประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ ดังนั้นการบริโภคน้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมเป็นประจำ จะทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นได้แน่นอน


วิธีรับประทาน

  • สำหรับผู้ที่ต้องการป้องกัน หรือมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง วันละ 1,000 มก., 
  • สำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงหรือมีอาการปวดข้ออักเสบตามข้อ วันละ 3,000 มก.

 

ส่วนประกอบสำคัญ

น้ำมันปลา 1,000 มก. ให้ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก (EPA) 180 มก. , ให้กรดไดโคโซเฮกซาอีโนอิก (DHA) 120 มก.

ขนาดที่จำหน่าย 100 แคปซูล / กระปุก , บรรจุ 30 แคปซูล / กระปุก

เลขที่ อย. 24-1-08040-1-0329


สรรพคุณสินค้า 

เป็นน้ำมันสกัดจากปลาทูน่าซึ่งอุดมด้วย DHA ที่มีความเข้มข้นสูงถึง 70%, มีค่าทางชีวภาพสูง (High bioavailability), สามารถดูดซึม และคงตัวอยู่ในกระแสเลือดได้นาน, DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง จอรับภาพในดวงตา รวมถึงกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อไมอีลินรอบเส้นใยประสาท, มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมองและสายตา

DHA คืออะไร?

DHA (Docosahexaenoic Acid) หรือดีเอชเอ เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเป็นส่วนประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ มีหน้าที่สำคัญในการทำงานของระบบประสาทและสมอง DHA จึงเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะ หญิงตั้งครรภ์และทารก พบมากในปลาทะเลน้ำเย็น เช่น ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น และพบได้บ้างในเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ รวมถึงไข่ไก่  

ปลาทูน่า (Tuna Fish)

ประโยชน์ของ DHA  

DHA เป็นกรดไขมันชนิดหนึ่งในกลุ่มของโอเมก้า 3 ประโยชน์ที่ได้จึงเกี่ยวข้องกับการบำรุงสมอง และโรคเกี่ยวกับสมอง ความทรงจำ เป็นหลัก และมีประโยชน์ด้านอื่นอีก ดังนี้

  1. DHA มีประโยชน์ต่อดวงตาและการมองเห็น  DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ในดวงตา ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในจอประสาทตาที่ทำหน้าที่รับแสง และลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น   โดยเฉพาะในเด็กเนื่องจากการขาด DHA อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดปัญหาในการมองเห็นได้
  2. DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง จอรับภาพในดวงตา รวมถึงกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อไมอีลินรอบเส้นใยประสาท, มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมองและสายตา
  3. DHA สามารถปกป้องด้านคุณภาพอารมณ์ การคิด ตัดสินใจ โดยเฉพาะคนที่มีโอกาสตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า ที่เป็นอาการทางระบบประสาทส่วนหนึ่ง
  4. DHA ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการอุดตันของหลอดเลือด
  5. DHA ป้องกันภาวะสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ได้ เพราะสมองและระบบประสาทได้รับการพัฒนาอย่างดี


วิธีรับประทาน

  • หญิงตั้งครรภ์ รับประเทาน DHA วันละ 200 มก. (1 แคปซูล)
  • หญิงให้นมบุตร รับประทาน DHA วันละ 200 มก. (1 แคปซูล)
  • ผู้ใหญ่ รับประทาน DHA วันละ 200-400 มก. (วันละ 2-3 แคปซูล)

ส่วนประกอบสำคัญ

  • น้ำมันปลาทูน่า 250 มก.
  • DHA 70% 175 มก.
  • EPA 10% 25 มก.

ขนาดที่จำหน่าย บรรจุ 30 แคปซูล / กล่อง

เลขที่ อย. 24-1-08040-1-0201

Write Your Own Review
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อรีวิว