ช้อปครบ 199.- จัดส่งฟรี
Language
ตะกร้า

Nutrimaster เซ็ตเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันไวรัส

มีสินค้า
SKU
PRO2003002
Views: 1190
Special Price 888฿ Regular Price 1,640฿
( สำหรับสมาชิกใหม่ที่สั่งซื้อครั้งแรก เหลือ710฿)

ในเซ็ตประกอบไปด้วยสินค้าดังนี้

1.Nutrimaster Mush Mushroom 30 Capsules จำนวน 1 กล่อง

2.Nutrimaster Acerola Vit C 30 Capsules จำนวน 1 กล่อง

รวมสินค้าในเซ็ต จำนวน 2 ชิ้น

Promotion 1
*ส่วนลดจะถูกคำนวณให้เห็นในหน้าชำระเงิน
Line
Earn 17 P for purchasing this product.

สรรพคุณสินค้า 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้สารสกัดจากเห็ดทางการแพทย์ที่สำคัญ เช่น เห็ดหลินจือ, ตังถังเช่า, และอื่นๆ รวมถึง 5 ชนิด

เป็นเห็ดทางการแพทย์ที่มีสารสำคัญคือ เบต้ากลูแคน (Betaglucan) ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกแล้วว่าช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ดี อีกทั้งมีการเสริมสารสกัดจากโสมอีกถึง 100 มก. ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังและให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้ประเปร่า นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันแล้วสารสกัดจากเห็ดทางการแพทย์ยังอุดมด้วยสารอาหารต่างๆ จึงสามารถช่วยฟื้นฟู บำรุง และดูแลร่างกายให้แข็งแรง เช่นการลดไขมันในเลือด ,บำรุงหัวใจ, บำรุงตับ เป็นต้น

ประโยชน์ของ เบต้ากลูแคน (Betaglucan)

เบต้ากลูแคน สารอาหารมากประโยชน์ที่จำเป็นต่อร่างกาย สุดยอดตัวช่วยในวงการแพทย์ปัจจุบัน

เบต้ากลูแคน เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในหลาย ๆ ชนิดเลยล่ะครับ ซึ่งเราจะไม่ค่อยรู้หรือได้ยินชื่อสารตัวนี้สักเท่าไหร่ ว่ามันคืออะไร มีหน้าที่ยังไง ช่วยอะไรได้บ้าง โดยจริง ๆ แล้ว เบต้ากลูแคน เป็นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต พบได้ในผนังเซลล์ของแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ สาหร่าย หรือพืชชนิดต่าง ๆ โดยจากงานวิจัยทั่วโลก เบต้ากลูแคน มีการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันของเราดีมาก ทำให้ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารเสริมหลากหลายชนิดในหลาย ๆ แบรนด์

 ซึ่งแน่นอนครับว่า เบต้ากลูแคน จะต้องมีผลในเรื่องของความสวยความงาม ทำให้สาว ๆ ดูดี ดูใสได้อย่างแท้จริง จึงถูกนำไปเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอาหารเสริม ซึ่งที่เป็นแบบนั้นก็เพราะ เบต้ากลูแคน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประเภทหนึ่งที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้วว่า สามารถซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้ดีที่สุดด้วยการกินเข้าไปนี่แหละ และนอกจากนี้แล้วก็ยังมีการศึกษาของคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยลุยส์วิลล์ ได้ทำการศึกษาเบต้ากลูแคน และพบว่าเบต้ากลูแคนสามารถผลิตจากสารตั้งต้นที่แตกต่างกันได้คือ เบต้ากลูแคนที่ผลิตจากพืช กับเบต้ากลูแคนที่ผลิตจากยีสต์ ทั้ง 2 แบบนี้จะมีความแตกต่างกัน และให้คุณประโยชน์ไม่เหมือนกันตามไปด้วย

 เบต้ากลูแคนนั้นแตกต่างจากอาหารเสริมโดยทั่วไปมาก เพราะเป็นสารอาหารที่มหัศจรรย์ ช่วยในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพของเราได้เป็นอย่างดี การทำงานของเบต้ากลูแคนจะมีความพิเศษกว่าการบำรุงร่างกาย แต่จะเป็นการบำรุงความแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรง ร่างกายก็จะสามารถปกป้องเราจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือเชื้อโรคต่าง ๆ อย่างเช่น ไวรัส แบคทีเรีย ปรสิต เชื้อรา หรือเซลล์ร่างกายที่ผิดปกติได้ ซึ่งนี่คือ 12 คุณประโยชน์ของเบต้ากลูแคน ที่จะทำให้ทุกคนต้องทึ่ง


สารสกัด เบต้ากลูแคน (Beta glucan)


 1. เบต้ากลูแคน ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ตัวเอง

เบต้ากลูแคน เป็นสารอาหารที่ช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ซึ่งเบต้ากลูแคนจะเข้าไปลดสารที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิดอาการภูมิแพ้ อีกทั้งยังควบคุมไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานมากเกินไป ด้วยเหตุนี้ เบต้ากลูแคนจึงไม่มีความเป็นพิษอยู่เลย ซึ่งแตกต่างจากการรักษาแผนปัจจุบันทั่วไปที่จะให้ยากดภูมิต้านทานไม่ให้ทำงาน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อคนไข้ และมีโอกาสเป็นพิษได้

 2. เบต้ากลูแคน ช่วยโรคเบาหวาน

เบต้ากลูแคน เป็นเส้นใยอาหารที่สามารถชะลอไม่ให้น้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดเร็วเกินไป ทำให้น้ำตาลค่อย ๆ ไหลเข้าสู่กระแสเลือดแบบที่ควรจะเป็น ลดระดับความต้องการอินซูลินของร่างกายลงได้ อีกทั้งเบต้ากลูแคนยังเป็นสารอาหารที่ช่วยฟื้นฟูสภาพของตับอ่อน ซึ่งทำหน้าที่ผลิตอินซูลินตามธรรมชาติ ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

 3. เบต้ากลูแคน ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแดง

สำหรับใครที่รู้ตัวว่ามีคอเลสเตอรอลสูงล่ะก็ เบต้ากลูแคนจะช่วยให้คอเลสเตอรอลในเลือดของคุณลดลงได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการลดความเสี่ยงของโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือดแดง ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้สะดวก ป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจอย่างได้ผล

 4. เบต้ากลูแคน ลดปัญหาโรคออฟฟิศซินโดรม

โรคทึ่คนทำงานทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการทำงาน การนั่งกับที่เป็นเวลานาน อาการปวด เมื่อย ล้า กล้ามเนื้อต่าง ๆ รวมทั้งมลพิษทางอากาศ ที่ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วย หรือติดเชื้อได้ง่าย ภูมิคุ้มกันต่ำ และเป็นไมเกรน สิ่งเหล่านี้ เบต้ากลูแคนสามารถช่วยขจัดให้หมดไปอย่างได้ผล เพราะเบต้ากลูแคนจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้เข้มแข็ง และทำให้ร่างกายของเราหายเหนื่อยล้า ส่งผลให้ความเครียดลดลง ลดอาการปวดหัว และจิตใจสดชื่นแจ่มใสขึ้นได้อีกครั้ง

 5. เบต้ากลูแคน แก้ปัญหาของผู้สูงอายุ

แน่นอนว่าเมื่ออายุมากขึ้น สิ่งต่าง ๆ ในร่างกายก็เริ่มหมดสภาพลง เบต้ากลูแคนจะช่วยเสริมและปรับระดับภูมิต้านทานให้กับคนแก่ที่มีระบบภูมิต้านทานเสื่อมถอย ซึ่งเบต้ากลูแคนจะมีผลทำให้เกิดปฏิกิริยาป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของไข้หวัด อีกทั้งยังเข้าไปลดการทำลายข้อจากการออกซิเดชั่น ซึ่งจะทำให้ข้อเข่าอักเสบ

 นอกจากนี้ เบต้ากลูแคนยังมีผลการวิจัยออกมารองรับด้วยนะครับว่าสามารถกระตุ้นระบบประสาทให้ทำหน้าที่กำจัดสิ่งสกปรกออกจากเซลล์สมอง ทำให้มีความจำดีขึ้น ลดโอกาสการเป็นอัลไซเมอร์

 6. เบต้ากลูแคน ชะลอความแก่

อย่างที่รู้กันดีว่า เบต้ากลูแคนมีประโยชน์ในการกระตุ้นเซลล์ในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการสร้างเส้นใยที่ทำหน้าที่ผลิตสารสำคัญที่จำเป็นต่อผิว ไม่ว่าจะเป็น คอลลาเจน อีลาสติน รวมทั้งกรดไฮยาลูโรนิก ทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น ลดริ้วรอย ผิวดูมีน้ำมีนวล ชุ่มชื้น และที่สำคัญคือ เบต้ากลูแคนจะช่วยให้โครงสร้างผิวหนังของเราแข็งแรง คงรูป ไม่อ่อนเหลว กลับเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง

 7. เบต้ากลูแคน บรรเทาโรคมะเร็งร้าย

โรคมะเร็งอาจเป็นโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนนับล้าน แต่เบต้ากลูแคนจะช่วยให้เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันด่านแรกของเราทำลายเชื้อโรค และเซลล์แปลกปลอมได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งเบต้ากลูแคนยังเพิ่มจำนวน และกระตุ้นการทำงานของเลือด ให้กำจัดเซลล์มะเร็งได้ดียิ่งขึ้น

 และที่สำคัญ เราสามารถทานเบต้ากลูแคนร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบันได้อีกด้วย ทั้งก่อนและหลังทำคีโมบำบัด จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้รวดเร็ว และไม่มีอาการข้างเคียงใด ๆ เพราะเบต้ากลูแคนจะกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดให้กับเรา สามารถฟื้นตัวจากการกดไขกระดูกของเคมีบำบัดได้เป็นอย่างดี

 8. เบต้ากลูแคน ช่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอดส์ ก็เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่หลาย ๆ คนกลัวมากที่สุด ซึ่งเบต้ากลูแคนมีคุณสมบัติเข้าไปช่วยเพิ่มจำนวนและกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่คอยจำแนกสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้สามารถตรวจพบสิ่งผิดปกติได้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันที่เคยทำงานผิดปกติ สามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 9. เบต้ากลูแคน ช่วยสมานแผล

เบต้ากลูแคนยังมีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่น โดยสามารถรักษาแผลผิวหนังอักเสบได้ โดยเบต้ากลูแคนจะเข้าไปเพิ่มภูมิต้านทานของเม็ดเลือดขาวให้เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวหลักในการรักษาแผลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น แผลจากศัลยกรรม ผ่าตัด เบาหวาน และรักษาอาการผิวแห้ง ซึ่งเบต้ากลูแคนช่วยให้แผลหายไว รอยแผลเป็นจางลง ลดการติดเชื้อ และลดอัตราการตายของเซลล์

 10. เบต้ากลูแคน ลดการติดเชื้อ

เบต้ากลูแคน ช่วยลดปัญหาการติดเชื้อต่าง ๆ ทั้งการติดเชื้อจากการผ่าตัด และการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน ทำให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันกำจัดเชื้อแบคทีเรีย โดยเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพของเซลล์ อีกทั้งยังมีการใช้เบต้ากลูแคนในการลดการติดเชื้อในกระแสเลือด ด้วยการกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้เพิ่มภูมิคุ้มกันมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด

 11. เบต้ากลูแคน ช่วยเรื่องการผ่าตัด

บทบาทสำคัญที่ทำให้เบต้ากลูแคนแตกต่างจากอาหารเสริมโดยทั่วไปก็คือ ฤทธิ์ในการช่วยเหลือ ลดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะก่อนและหลังการผ่าตัดนั่นเอง รวมทั้งเบต้ากลูแคนยังมีสรรพคุณที่จะช่วยในการรักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อร้ายแรง และยังรักษาแผลเรื้อรัง รวมถึงป้องกันแผลไม่ให้ติดเชื้อ และสมานแผลได้อย่างรวดเร็ว นับเป็นตัวช่วยดีที่สุดของคนที่ต้องได้รับการผ่าตัดเลย

 12. เบต้ากลูแคน รักษาและบรรเทาระบบทางเดินอาหาร

สุดท้ายแล้ว เบต้ากลูแคนก็ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก หรือโรคที่เกิดจากภาวะทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี เพราะมีคุณสมบัติที่ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายกลับไปสู่ภาวะปกติ เนื่องจากมีไฟเบอร์สูง ทำให้อิ่มท้องง่าย อีกทั้งเบต้ากลูแคนยังเป็นอาหารของพรีไบโอติกในลำไส้ ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลดภาวะกรดไหลย้อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหารอีกมากมาย

วิธีรับประทาน

วันละ 2 แคปซูล หลังอาหารเช้า

ส่วนประกอบสำคัญ

  • สารสกัดจากโสม 100 มก.
  • ตังถั่งเฉ้า 80 มก.
  • เห็ดไมตาเกะ 80 มก.
  • เห็ดหลินจือ 80 มก.
  • เห็ดหอม 80 มก.
  • เห็ดปุยฝ้าย 80 มก.

ขนาดที่จำหน่าย บรรจุ 30 แคปซูล / กล่อง

เลขที่ อย. 24-1-08040-1-0307


สรรพคุณสินค้า 

อะเซโรล่า วิตซี (Acerola Cherry)  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีวิตามินซี (Vitamin C) และแร่ธาตุวิตามิน (Vitamin) ที่เข้มข้น มีสารสกัดจากจากธรรมชาติที่สกัดจาก อะเซโรล่า เชอร์รี่ Acerola Cherry อีกทั้งยังเสริมสารสกัดจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จำนวน 6 ชนิด ที่เข้มข้นถึง 50 มก.

* บรรจุในรูปแบบแคปซูลสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของสารสกัดจาก อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry)

ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยดูแลผิวพรรณให้เปล่งประกาย และที่สำคัญยังช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพของดวงตาให้สดใสอยู่เสมอ

อะเซโรล่า เชอร์รี่ (Acerola Cherry)

1. เร่งสร้างเสริมคอลลาเจน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจน

เนื่องจากอะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) อุดมไปด้วยวิตามินซี (Vitamin C) สูง จึงช่วยเร่งการสร้างเสริมสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวเต่งตึง จึงทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยและทำให้ผิวยังคงกระชับและยืดหยุ่นอยู่เสมอ

จากงานวิจัยหนึ่งที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร American Journal of Nutrition แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่มีอายุเกิน 40 ปี และบริโภควิตามินซี (Vitamin C) ปริมาณสูงในการรับประทานอาหารทุกวันจะมีโอกาสเกิดรอยเหี่ยวย่นใบหน้าได้น้อยกว่าผู้หญิงอายุเท่ากันที่บริโภควิตามินซี Vitamin C ในปริมาณที่น้อยกว่า

นักกำหนดอาหาร โจ ทราเวอร์ (Jo Travers) กล่าวว่า วิตามินซี (Vitamin C) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการก่อตัวของคอลลาเจน หากไม่มีแล้ว . . . กรดอะมิโนจะไม่เชื่อมโยงกันจนเกิดเป็นคอลลาเจนได้

2. ทำหน้าที่เป็นตัวสมานผิว พร้อมลดเลือนริ้วรอย

ประโยชน์อีกอย่างประการหนึ่งของอะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) ต่อผิวหนังคือเป็นตัวช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ บนผิวหนัง เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง และกระทั่งช่วยในเรื่องระบบทางเดินอาหารได้ นอกจากนั้น น้ำจากเชอร์รี่ดังกล่าวสามารถใช้เป็นยาน้ำป้วนปากที่ทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลชีพได้อีกด้วย

3. ปกป้องผิว

การบริโภคอะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) เป็นประจำจะช่วยทำให้ผิวของคุณจะได้รับการปกป้องจากตัวทำให้เกิดความตึงเครียด จากสารเคมี (Chemical Stressor) อย่างควันบุหรี่ มลพิษ และสารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้

 4. เร่งการฟื้นฟูสภาพผิว

อีกทั้ง อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry)  สามารถช่วยเร่งการฟื้นฟูซ่อมแซมบาดแผล แผลไฟไหม้ แผลเป็น และกระทั่งรอยแตกลายได้ด้วย

5. ต่อสู้กับการเสื่อมสภาพของผิว

ไบโอฟลาโวนอยด์เป็นส่วนสำคัญในการชะลอการเสื่อมสภาพของผิวออกไป ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ยังช่วยต่อสู้กับรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ริ้วรอยร่องตื่น รอยตีนกา รอยใต้โหนกแก้ม จุดด่างดำ รอยหมองค้ำ ฯลฯ

6. ต่อต้านอนุมูลอิสระ

วิตามินซี (Vitamin C) ที่มีอยู่มากใน อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวหนังของคุณจากการถูกทำลายได้ เนื่องจากอนุมูลอิสระเหล่านี้เป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรทำให้ผิวหนังอ่อนแอลงและถูกทำลายในที่สุด อีกทั้ง อนุมูลอิสระเหล่านี้สามารถนำไปสู่การเจ็บป่วยและโรคเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้

7. ซ่อมแซมเซลล์ผิวเสีย

อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) ยังอุดมไปด้วย วิตามินเอ (Vitamin A) วิตามินบี 1 บี 2 และบี 3 (Vitamin B1,B2,B3) ซึ่งทั้งหมดช่วยทำให้ผิวสวยงามและเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น

วิตามินเอ (Vitamin A) ช่วยให้ผิวหนังสามารถต่อสู้กับรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่ทำให้เกิดผิวเสียได้

• ส่วนวิตามินบี 1 บี 2 และบี 3 (Vitamin B1,B2,B3) จะช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย

• (เพิ่มเติม) วิตามิน บี 5 (Vitamin B5)  ใน อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) ยังช่วยลดระดับคอสเลสเตอรอล ซึ่งในระยะยาวช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคหัวใจได้

8. ทำให้ผิวขาวขึ้น

หากคุณบริโภค อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) เป็นประจำ จะพบว่าผิวของคุณจะขาวขึ้น กระจ่างใสขึ้น และมีโทนสีผิวดีขึ้นโดยไม่ทำให้โทนสีผิวผิดเพี้ยนไปและเกิดรอยตำหนิขึ้นมา อีกทั้ง ผิวที่เกิดจากการสร้างเม็ดสีมากผิดปกติอย่างกระและจุดเม็ดสีที่มีสาเหตุจากวัยจะมีสีที่สว่างขึ้นตามโทนสีผิวของคุณ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ผิวพรรณของคุณมีสุขภาพดีขึ้นตามธรรมชาติ

9. ปกป้องจากรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อผิว

ประโยชน์ต่อผิวหนังอีกประการหนึ่งของอะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) คือ สามารถปกป้องคุณจากรังสียูวีได้ โดยปริมาณ วิตามินเอ (Vitamin A) ใน อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) จะช่วยปกป้องผิวหนังของคุณจากรังสีจากดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายได้ เพราะหากคุณสัมผัสกับรังสียูวีมากจนเกินไปจะทำให้ผิวเสีย ซึ่งในกรณีเลวร้ายที่สุดนั้นจะนำไปสู่มะเร็งผิวหนังที่ไม่มีต้องการให้เกิดขึ้นได้

10. ทำให้ผิวชุ่มชื้น

สารอาหารต่างๆ มากมายใน อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) จะช่วยทำให้ผิวหนังของคุณอิ่มน้ำและคงความชุ่มชื้นไว้ได้ ไม่ว่าผิวของคุณจะเป็นประเภทใดก็ตาม สุขภาพและสภาพของผิวหนังนั้นขึ้นกับความชุ่มชื้นเป็นหลัก หากผิวหนังไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว กระบวนการต่างๆ ทางธรรมชาติของผิวอย่างการผลัดเซลล์ผิวผิดปกติไป และอาจนำไปสู่สภาพผิวที่อักเสบได้ ผิวหนังของคนเราทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกันร่าวกายจากการติดเชื้อต่างๆ หากผิวแห้งจนเกินไปจะเกิดการแตก ทำให้แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามผิวหนังสามารถเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดการติดเชื้อได้

นอกเหนือไปจากนี้ การทำให้ผิวอิ่มน้ำอยู่เสมอครับจะเป็นประโยชน์ต่อคุณในระยะยาว โดยเมื่อคุณมีอายุมากขึ้น การเสื่อมสภาพของผิวอาจน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากคุณได้เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวไว้ในช่วงที่อายุยังน้อยนั่นเอง

11. จัดการกับสิวและปัญหาผิวหนังอื่นๆ

ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับผิว อย่างสิว โรคสะเก็ดเงิน และผิวหนังอักเสบนั้นมักเกิดจากผิวหนังขาด วิตามินซี Vitamin C ทั้งสิ้น แต่ด้วย อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola Cherry) มีวิตามินซี (Vitamin C) ตามธรรมชาติสูง การบริโภคอาหารที่มี วิตามินซี (Vitamin C) นี้ตามปกติจะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอกับปัญหาที่เกี่ยวกับผิวหนังเหล่านั้นอีกต่อไป

วิตามินซี (Vitamin C) ยังมีประสิทธิภาพในการกำจัดสิวและแผลเป็น เพราะมันช่วยเร่งกระบวนการสมานแผลและการลดรอยแดงของร่างกาย  และ วิตามินซี (Vitamin C) นี้ยังช่วยลด Cortisol ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียด ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวอีกด้วย

วิธีรับประทาน

รับประทานวันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร

ส่วนประกอบสำคัญ

  • สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอรี่ 500 มก.
  • ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ 50 มก. 
  • เบอร์มิกซ์ 50 มก.

ขนาดที่จำหน่าย บรรจุ 30 แคปซูล / กล่อง

เลขที่ อย.  24-1-08040-1-0326

Write Your Own Review
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อรีวิว